อันตรายจากโทรศัพท์มือถือ

นอกเหนือไปจากอวัยวะครบ 32 ประการในร่างกายคนเราแล้ว ปัจจุบันดูเหมือนว่า “โทรศัพท์มือถือ” กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนยุคโลกาภิวัตน์ที่จะขาดเสียมิได้  เพียงแต่ว่าอวัยวะส่วนนี้โดยมากจะเริ่มงอกเงยขึ้นมาในช่วงที่เป็น “วัยรุ่น”  ซึ่งข้อดีของโทรศัพท์มือถือก็มีอยู่ไม่น้อย อาทิ ทำให้เราสามารถสื่อสารถึงกันและกันได้ตลอดเวลา และแทบทุกสถานที่ ทำให้เราสามารถโทรนัดสถานที่ หรือโทรเรียกช่าง/บริษัทประกันมาได้ทันท่วงที  เมื่อรถเสีย รถชนบนทางด่วนหรือในบางสถานที่ที่ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ ฯลฯ อย่างไรก็ดี สิ่งใดมีคุณอนันต์ สิ่งนั้นก็มักมีโทษมหันต์ด้วย หากผู้ใช้นำไปใช้ในทางที่ผิด หรือใช้ไม่เป็น ดังนั้นโทรศัพท์มือถือก็เช่นเดียวกัน  โทษของโทรศัพท์มือถือได้ก่อให้เกิดโรคใหม่ๆ หลายประการ ดังนี้

  • โรคเห่อตามแฟชั่น  นิยมเปลี่ยนมือถือไปตามแฟชั่นเพื่อให้อินเทรน ดูทันสมัย ไม่ตกรุ่น
  • โรคทรัพย์จาง  ดิ้นรนหาเงินเพิ่มหรือไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อมือถือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากค่าโทรศัพท์และค่าบริการต่างๆ
  • โรคขาดความอดทนและใจร้อน  เพราะความสะดวกสบายในการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่ว่าตรงไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ กดปุ๊บ ติดปั๊บนี่เอง ทำให้หลายๆ คนกลายเป็นคนที่ทนรอใครนานไม่ได้ หรือไม่ยอมทนแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
  • โรคขาดกาลเทศะ และมารยาท  เช่น การใช้โทรศัพท์เวลาประชุม อาจเป็นการรบกวนผู้อื่นในเวลานอน เวลารับประทานอาหาร เวลาพักผ่อน หรือเป็นวันหยุด กำลังใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นต้น
  • โรคขาดมนุษยสัพมันธ์  หากวันไหนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อน ก็อาจจะเกิดอาการเฉาหรือเหงาหงอย โดยไม่คิดจะมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่นหรือคนที่อยู่รอบข้าง กลายเป็นคนแยกตัวออกจากสังคม
นอกจากโรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว โทรศัพท์มือถือยังมีผลข้างเคียงทำให้เสียสุขภาพในด้านอื่นๆ อีก เช่น ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เพราะมัวแต่คุยทั้งวันทั้งคืนเลยนอนดึก นอนไม่พอ ทำให้

หูตึงหรือมีโรคเกี่ยวกับหู เกิดอาการปวดหัว ไมเกรนหรือมีปัญหาทางเส้นประสาท เพราะคลื่นจากมือถือที่มีกำลังส่งแรงสูง ทำให้เกิดพวกโรคจิตเพิ่มขิ้น คือพวกที่ชอบแอบถ่าย หรือบางคนก็ถ่ายภาพหวิวของตัวเองไปลงตามอินเตอร์เน็ต เพราะทำได้ง่ายและสะดวกสบายขึ้น หลายๆ ครั้ง มือถือทำให้ขาดความระมัดระวัง ขับไปพูดไป จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ รถชนกัน หรือชนคนอื่น นอกจากนี้ มือถือยังก่อให้เกิดอาชญากรรม ถูกคนร้ายติดตามมาทำร้ายร่างกายหรือแย่งชิงทรัพย์ได้ง่ายอีกด้วย

ไม่ควรซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูก ถ้า...

  • ลูกอยากมีโทรศัพท์มือถือเหมือนเพื่อนๆ
  • ลูกอยากเล่นเกมส์ที่มีในโทรศัพท์มือถือ
  • ลูกอยากได้เพราะอิทธิพลของโฆษณา

วิธีใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเหมาะสม

  • ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีทุกครั้ง เพื่อให้โทรศัพท์มือถืออยู่ห่างจากสมอง
  • ขณะที่มีสายเรียกเข้า ควรกดรับสายให้ห่างจากตัวสักพัก แล้วค่อยนำโทรศัพท์มาแนบหู เพราะขณะที่มีสายเรียกเข้าจะมีคลื่นแม่เหล็กจากโทรศัพท์ ซึ่งเป็นพลังแรงมากที่สุด
  • อย่าติดหรือแขวนโทรศัพท์ ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะคลื่นรังสีจะแผ่มาถูกอวัยวะที่สำคัญ โดยเฉพาะกระดูกซึ่งมีไขกระดูกที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดต่างๆ เช่น กระดูกเชิงกราน และกระดูกที่หน้าอก อาจทำให้มีผลกระทบต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวได้
  • ควรใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยที่สุดและไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ควรเก็บมือถือให้มิดชิด จะได้ไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพ

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดงบไม่ให้บานปลาย

  • หากใช้บริการแบบเหมาจ่าย ควรตั้งระบบจำกัดการโทรออก ให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้
  • หากใช้ระบบเติมเงิน ก็ควรเติมให้อยู่ในงบที่จำกัดและจัดสรรการโทรตามเวลาที่กำหนด
  • ควรใช้มือถือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  • ควรรู้จักประหยัด ไม่สิ้นเปลืองเงินทองไปกับเกมส์และการโหลดริงโทน
  • การใช้มือถืออย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งาน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

edit @ 22 Aug 2008 18:54:45 by MITH'25

ข้อเสียของการโทร ♥

posted on 22 Aug 2008 18:33 by l2eaz3r26

 

    

     ระดับแรก คือ พวกตื่นเต้น ซึ่งดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะเป็นอยู่ในระดับนี้ เห็นว่ามือถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง จำเป็นต้องมี (แม้กระทั่งมีพกติดตัว ให้คนเห็นว่ามีก็ยังดี) พวกนี้ไม่ได้ใช้เพราะความจำเป็น
ระดับสอง คือ พวกตามทัน มีแล้วตามให้ทันว่ามีอะไรใหม่ ๆ มีข่าวสารหรือว่ามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ต้องตามทัน ระดับนี้ก็มีมากอยู่ที่ยังยอมให้เทคโนโลยีเป็นนาย ให้มันเป็นคนขับขี่เราไปในทิศทางที่มันต้องการ ไม่ใช่เราขับขี่มันไปในทิศทางที่เราต้องการ

ระดับสาม คือ พวกรู้ทัน ระดับนี้มีไม่มากนัก คือ พวกที่รู้เท่าทันว่าจำเป็น หรือจะใช้มันอย่างไรควรใช้มันเมื่อไร ใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างไร ใช้แล้วเป็นโทษภัยต่อตัวเองหรือไม่อย่างไร

ระดับสูงสุด คือ พวกอยู่เหนือมัน พวกนี้ ไม่ให้มันมีอำนาจเหนือเรา ไม่ถือว่ามันสำคัญ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็จะไม่ใช้เลย ถ้าจะใช้มันก็ใช้ให้มันเป็นทาสรับใช้ ไม่ใช่รับใช้มัน ไม่ต้องจ่ายเงินให้มันมากมาย ไม่ต้องไปช่วยเพิ่มความร่ำรวยให้มหาเศรษฐีหมื่นล้าน บางคน

โทรศัพท์มือถือกับสุขภาพ  ประเด็นนี้ต่างหากที่เราควรเตือนเด็กของเรา
แม้ข้อมูลจากการวิจัยที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอิสระ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้มือถือนาน ๆ กับโรคเนื้องอกสมอง และแม้จะมีข้อมูลจากการวิจัยของบริษัทผู้ผลิตมือถือว่าไม่มีผล แต่นักวิทยาศาสตร์บอกกับรายการ Panorama ของ BCC ว่าแม้แพทย์จะชี้ชัดลงไปตรงๆ ไม่ได้ว่าการเป็นมะเร็งสมองเกิดจากการใช้มือถือ แต่ก็เรียกร้องให้ลดการใช้มือถือ และเรียกร้องให้ผู้ผลิตติดป้ายเตือนอันตรายไว้บนเครื่อง (ซึ่งยังไม่มีการทำ) และก็มีการพบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่ใช้มือถือนานกับการเป็นมะเร็งสมอง แต่เมื่อหมอยังไม่อาจชี้ชัดไม่ได้ เรื่องก็ลงเอยที่ข้อสรุปว่า "เป็นการบังเอิญ (Coincident) ที่สองอย่างมาเกิดในคนเดียวกัน" ล่าสุดเมื่อปี่แล้วมีการเคลื่อนไหวจากฝ่ายที่ทำงานด้านสุขภาพในอังกฤษตั้งคำถามสาธารณะว่า "จะต้องรอให้ความบังเอิญนั้นเกิดอีกกี่ครั้ง" ในอังกฤษมีการฟ้องร้องเรียกร้องค่าชดใช้กันขึ้น โดยผู้หญิงอายุ 27 ปี ที่เป็นมะเร็งสมองชนิดที่ไม่ค่อยพบ (Rare case) และตนเองยืนยันว่าไม่เคย expose กับรังสีอื่น นอกจากการใช้มือถืออยู่ประมาณ 7 ปี  

นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนด้วยว่าคลื่นจากโทรศัพท์มือถือส่งผลโดยตรงกับสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ นั่นคือ สมองของเด็ก ของวัยรุ่น หรือของคนที่ยังโตไม่เต็มที่ และแม้แต่คนที่โตเต็มที่แล้วก็ไม่ใช่จะปลอดภัย เพราะผู้ที่เป็นโจทย์ฟ้องโทรศัพท์มือถืออยู่ในต่างประเทศก็เป็นผู้ใหญ่ที่โตเต็มที่แล้ว

edit @ 23 Aug 2008 16:07:40 by MITH'25

แนะนำโทรศัพท์มือถือ ♥

posted on 22 Aug 2008 18:18 by l2eaz3r26

Nokia 8800 Carbon Arte

 

 

Nokia 8800 Carbon Arte

  • เปิดตัวครั้งแรก 19 สิงหาคม 2008 (สยามโฟนฯ)
  • ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 3 ปี 2008
  • ราคามือถือ (เปิดตัว) ประมาณ 54,270 บาท (€1,100 ยูโร)
  • edit @ 23 Aug 2008 16:44:53 by MITH'25

    อันดับแรก คุณลองพิจารณาจากโปรโมชั่นของผู้ให้บริการมือถือ โดยดูจากพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่และทำงานอยู่ ตอนนี้มี 5 เครือข่ายคือระบบ GSM ได้แก่ AIS DTAC Orange Thai Mobile และระบบ CDMA อย่าง Hutch สำหรับเครื่องทั่วๆไปเป็นแบบ GSM จะได้งานได้ทุกระบบ ยกเว้นแบบ CDMA จะใช้กับ Hutch เท่านั้น จะผูกเครื่องกับซิม (แบบรายเดือน)

    เลือกเติมเงิน หรือรายเดือนดี
    อยู่ที่คุณใช้งานโทรศัพท์แบบใด คุยแล้วางๆ หรือคุยนาน เทียบกันว่าโทรทีนึงครั้งละกี่นาที เปรียบเทียบกัน แบบเติมเงินก็ต้องซื้อบัตรเดิมเงินทุกเดือน ขี้เกียจเติมบ่อยๆก็ซือครั้งละ 1000 ไปเลย อยู่ได้นานดี ส่วนแบบรายเดือนมีบิลเรียกเก็บค่าบริการทุกเดือน หักผ่านบัตรเครดิตหรือไปจ่ายตาม 7-11 ก็ตามแต่สะดวก

    รูปทรงมือถือ
    - แบบทรงแท่ง (Bay Type)
    - แบบฝาพับ (Shell)
    - แบบสไลด์ (Slide phone)

    หน้าจอ
    - ขาวดำ มีไฟส่องจากด้านล่างจอ
    - Invert Backlight จะเห็นได้ชัดเจนในที่มืด
    - จอสี มีแบบ 4K สี 65K 256K 162K ความชัดเจนของสีจะสดใสมากขึ้นตามจำนวนสี

    ชนิดหน้าจอ
    จะมีแบบ TFT LCD CSTN LCD Backlight Active Maxtrix แล้วแต่มือถือแต่ละค่ายจะเรียกชื่อเทคโนโลยี

    ขนาดหน้าจอ
    หน้าจอจะมีขนาดเป็นพิกเซล เช่น 128x128 pixel หน้าจอขนาดใหญ่แสดงผลได้ชัดเจน
    หากว่าให้ผู้ใหญ่ใช้ควรเลือกหน้าจอใหญ่ๆ แสดงตัวอักษรโตๆ

    ปุ่มกด
    ลองดูปุ่มกดว่ากดถนัดไหม บางทีซื้อให้คนแก่ ให้พ่อแม่ ปุ่มเล็กๆกดไม่ถนัด

    ระบบเสียงเรียกเข้า
    มีทั้งแบบ Mono / Polyphonic / Truetone / MP3
    แบบ Mono มีเครื่องคนตรีไม่กี่ชิ้น
    แบบ Poly จะแยกเสียงได้ดีกว่า มีเครื่องดนตรีหลายชิ้น เช่น 16เสียง 32เสียง 64 เสียง

    การเชื่อมต่อ
    อันนี้สำคัญมากๆ
    GPRS (General Package Radio Serive) ใช้รับส่งข้อมูล คิดค่าบริการผ่าน GPRS เป็นนาทีหรือตามปริมาณการรับส่งข้อมูล
    WAP ใช้เล่นเวพได้ (เหมือนๆกับเล่นเวปไซต์ในอินเตอร์เน็ต)
    IrDA (Infrared) เชื่อมต่อข้อมูลไร้สาย
    Bluetooth ใช้งานง่ายกับอุปกรณ์ต่างๆ หูฟัง เชื่อมต่อ โอนถ่ายข้อมูลผ่านระบบคลื่น Bluetooth หรือแม้กระทั่งสั้งพิมพ์ภาพที่ถ่ายจากกล้องผ่านพรินเตอร์ได้อย่างสะดวก
    USB โอนถ่ายข้อมูลผ่านสาย USB
    Memory พวก SD MMC Memory Stick Memory Stick Duo Compact Flash
    สามารถบันทึกข้อมูลผ่าน หน่วยความจำ แล้วใช้ Card Reader อ่านข้อมูลได้

    ลองมาดูสเปคของมือถือกัน
    ระบบ - จะมีแบบ Dual Band (900/1800MHz) ของ AIS จะเป็น 900MHz ส่วน Dtac และ Orange (Truemove) จะเป็น 1800MHz สำหรับมือถือ Hutch จะเป็น CDMA ส่วนของ Thai Mobile จะเป็น 1900MHz ต้องเลือกมือถือที่เป็น Tri-Band

    หน้าจอแสดงผล
    TFT LCD - ชนิดของหน้าจอ
    262 144 สี - จำนวนสี
    240x320 pixel - ความละเอียดของหน้าจอ

    ปุ่มควบคุม
    แล้วแต่ว่าจะชอบแบบไหน มีแบบ 5 ทิศทาง แบบจอยสติกโยก แบบเลื่อน (มือถือแบบเก่าจะมีแบบเลื่อน)

    เสียงเรียกเข้าMP3 - แบบ MP3 นำเพลงแบบ MP3 ที่ตัดเฉพาะท่อนใส่ลงไปได้
    64 Polyphonic - แบบโพลิโฟนิค แยกเสียงดนตรี 64 ชิ้น
    ระบบสั่น - มีประโยชน์ตอนประชุม หรือดูหนัง (ปิดมือถือด้วยนะครับ ขณะชมภาพยนตร์)

    หน่วยความจำ
    ในรุ่นที่มีกล้องดิจิตอล หรือฟังเพลง MP3 ได้จากมีขนาดหน่วยความจำในตัว และสามารถเพิ่มเติมได้ภายนอกด้วย 

    GAME - เอาไว้เล่นสนุกๆ คลายเครียด แก้เหงา แก้เบื่อ เวลารถติดได้

    SMS ปกติจะมีการส่งข้อความ ไทย - อังกฤษได้อยู่แล้ว

    MMS - ส่งข้อความแบบมัลติมีเดีย ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ

    กล้องดิจิตอล - ดูที่ความละเอียด ส่วนใหญ่จะเป็น 300 Pixel คือ 3 แสนพิกเซล ส่วนรุ่นใหม่ๆจะเป็น 1 ล้าน - 2 ล้านพิกเซล

    คุณสมบัติพิเศษ
    บันทึกเสียง - ขึ้นอยู่กับหน่วยความจำ ว่าบันทึกได้นานเท่าไหร แต่คงไม่นานมากนัก เพราะใช้หน่วยความจำในตัวหรือภายนอกเครื่อง
    จดบันทึก - เป็นสมุดโน้ตได้
    เครื่องแปลงหน่วย - แปลงหน่วย แปลงค่าเงินได้
    นาฬิกาปลุก - เป็นเรื่องปกติที่ผมเองก็ตื่นเพราะมือถือครับ
    โทรออกด้วยเสียง - ผมไม่เคยใช้แฮะ แต่มีประโยชน์เวลาเราไม่สะดวกจะกดโทรออก
    โทรด่วน (Speed Dial) ผมชอบมากเพราะกดปุ่มเดียวโทรหาเบอร์ที่ตั้งไว้ได้สะดวกดี

    ระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่
    อันนี้สำคัญนะครับ ไม่ใช่ใช้วันเดียวหมดก็เสียอารมณ์ได้เหมือนกัน
    ลองดูนะครับ เช่น เปิดรอรับสาย 300 ชั่วโมง ก็อาจจะน้อยกว่านั้นเพราะคุณภาพสัญญาณ
    ส่วนใหญ่สัก 3 - 4 วันก็เยอะแล้วครับ ถ้าโทรปกติ ไม่ได้โทรหนักเป็นชั่วโมงๆ
    สนทนาต่อเนื่อง - อันนี้ขึ้นอยู่กับแบตว่าใช้ได้นานแค่ไหน ไม่ใช่คุยๆสัก 1 ชั่วโมงก็หมดแล้ว

    edit @ 23 Aug 2008 16:45:17 by MITH'25

    1,000,000 ยูโร
    1. โทรศัพท์ที่มีความกว้างน้อยที่สุดในโลก Nokia 7380 = 30 มม.
    2. โทรศัพท์มือถือที่หนักที่สุดในไทย Dopod 900 = 285 กรัม
    3. Pocket PC ที่บางที่สุดในไทย Dopod C 720W = 12.8 มม.
    4. Smart Phone ที่บางที่สุดในไทย Samsung i320n = 11.5 มม.
    5. Regular Phone ที่บางที่สุดในไทย Samsung X820 = 6.9 มม.
    6. Regular Phone ที่หน้าจอเล็กที่สุดในโลก ในปี 2007 MFA 104 , 101 x 67 Pixels
    7. Regular Phone ที่มีความละเอียดของหน้าจอน้อยที่สุดในโลกในปี 2007 Infinity Catty Infinity Ninja Backu Maru, 64 x 96 Pixels
    8. Regular Phone ที่หน้าจอมีความละเอียดน้อยที่สุดในโลก และเล็กที่สุดในโลก และหน้าจอเป็นสีขาวดำ (Monochrome Graphic) และมีหน่วยความจำที่น้อยที่สุดในโลกอีกด้วยคือ Motorola C118 หน้าจอกว้าง 1.2 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอ 96 x 64 Pixels หน่วยความจำภายใน 100 ตำแหน่ง และหน้าจอเป็นขาวดำ (Monochrome Graphic) นับว่าเป็นความพอเพียงที่ต้องถูกจารึกไว้เป็นที่สุดของโลกเลยทีเดียว
    9. Pocket ที่มีความจุแบตเตอรี่มากที่สุดในไทย Dopod U-1000 = 2200 mAh
    10. โทรศัพท์มือถือที่สามารถเช็คเครื่องรอรับสายได้นานที่สุดในโลก Philips Xeniun 9x9s = 30 วัน/720 ชม.
    11. Regular Phone รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบ GPS Nokia 6110 Navigator
    12. โทรศัพท์มือถือที่สามารถเก็บเพลง MP3 ได้มากที่สุดในโลก Nokia N91 Music Edition = 6,000 เพลง ที่ Bit Rate 48 Kbps
    13. โทรศัพท์มือถือ All in one ที่ขายดีที่สุด Nokia 6300
    14. หน่วยความจำมือถือที่มีราคาถูกที่สุด SD Card 2 GB= 500 บาท
    15. หน่วยความจำมือถือที่มีราคาแพงที่สุด Memory Stick Pro Duo 4 GB= 3,000 บาท
    16. Pocket PC ที่มี Rom มากที่สุด O2 Xda Flame = 2 GB Flash Rom
    17. หน่วยประมวลผลที่เร็วที่สุดใน Pocket PC Intel XScale PXa 270 ที่ 625 MHz
    18. โทรศัพท์มือถือที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้เป็นรุ่นแรกของโลก Siemens SL45
    19. โทรศัพท์ระบบ Cellular Phone รุ่นแรกของโลก Nokia 1011
    20. แฟลซแบบ LED ใช้กับมือถือรุ่นแรกคือ Sony Ericsson K700i
    21. Micro SD Card ใช้กับมือถือรุ่นแรกคือรุ่นใด Motorola E398
    1. โทรศัพท์ที่มีหน่วยความจำภายในมากที่สุดในไทย Sony Ericsson W900i = 480 MB
    2. โทรศัพท์ที่มีหน่วยความจำแบบ Hard Drive Samsung P9000 = 30 GB รองลงมาคือ Apple iPhone = 78 GB
    3. โทรศัพท์ที่ติดตั้งระบบ DVB-H เครื่องแรกของโลก Samsung P900
    4. โทรศัพท์มือถือที่มีความกว้างมากที่สุดในโลก Nokia E61i = 70 MM.
    5. โทรศัพท์มือถือที่หนาที่สุดในประเทศไทย ในปี 2007 Nokia N95 = 26 MM.
    6. Pocket PC ที่มีขนาดความกว้างของจอที่ใหญ่ที่สุดในโลก O2 Xda Flame = 3.6 นิ้ว
    7. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบ Multi Screen รุ่นแรกของโลก Apple iPhone
    8. โทรศัพท์มือถือที่มีหน่วยความจำแบบ Hybrid รุ่นแรกของโลก Samsung i300 = 3 GB และ Mini SD Card เพิ่มได้อีกถึง 2 GB นอกจากนี้ยังมี Internal Memory อีก 64 MB รวมแล้วมีหน่วยความจำอยู่ในโทรศัพท์รุ่นนี้ทั้งสิ้น 5.64 GB (ใช้งานได้จริง 4.8 GB)
    9. โทรศัพท์ที่มีหน่วยความจำแบบ Flash Memory รุ่นแรกของไทย Sony Ericsson W950i = 4 GB
    10. โทรศัพท์มือถือที่มีหน่วยความจำแบบ Hard Drive มากที่สุดในไทย Nokia W91 Music Edition = 8 GB
    11. โทรศัพท์มือถือที่สามารถเพิ่ม Memory Card ได้มากที่สุดในไทยรุ่นแรกของโลก Sony Ericsson W800i = 2 GB (ตามข้อมูลหน้าเวปไซต์ของ Sony Ericsson)
    12. Cyber shot phone รุ่นแรกของโลก Sony Ericsson K790i
    13. Bravia Phone รุ่นแรกของโลก Sony Ericsson W44s หน้าจอกว้างถึง 3 นิ้ว
    14. 3 G Phone รุ่นแรกในไทย Nokia 6680
    15. Pocket PC รุ่นแรกของไทยที่โทรออกได้ O2 Xphone
    16. โทรศัพท์มือถือที่มี Bluetooth รุ่นแรกของโลก Ericsson T38
    17. โทรศัพท์มือถือที่เป็นบรรพบุรุษของ Symbian ทุกรุ่น Ericsson R380 5
    18. โทรศัพท์มือถือที่มีเมนูภาษาอังกฤษ และเป็นบรรพบุรุษของระบบปฏิบัติการ Symbian ทุก Version Ericsson R3205
    19. โทรศัพท์มือถือหน้าจอ 262,144 สี รุ่นแรกของไทย Innostream Inno-90
    20. โทรศัพท์มือถือหน้อจอ 16 ล้านสีรุ่นแรกของไทย Panasonic VS2
    1. โทรศัพท์มือถือที่บางที่สุดในโลก Samsung V100 = 5.9 มม.
    2. โทรศัพท์ที่แพงที่สุดในโลก Ancort Diamon Crypto SmartPhone = 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 49.3 ล้านบาท
    3. โทรศัพท์ที่แพงที่สุดในไทย (ปี 2550) O2 Xda Atomlife = 32,900 บาท
    4. โทรศัพท์มือถือที่แพงที่สุดของ Nokia Nokia N93i = 30,650 บาท (ราคากลาง)
    5. โทรศัพท์มือถือที่แพงที่สุดของ Sony Ericsson Sony Ericsson W880i
    6. โทรศัพท์ All in one ที่แพงที่สุดในไทย Sony Ericsson K790i = 15,900 บาท
    7. โทรศัพท์ All in one ที่ถูกที่สุดในไทย Sony Ericsson K750i = 7,990 บาท
    8. โทรศัพท์ที่มีความละเอียดของกล้องสูงที่สุดในโลก Samsung B600 = 10 ล้านพิกเซล
    9. โทรศัพท์มือถือมือหนึ่งที่ถูกที่สุดในโลก Siemens A70 = 990 บาท
    10. Pocket GPS ตัวแรกของไทย Dopod P800W
    11. Wi-Fi ที่ถูกติดตั้งบน Pocket PC ตัวแรกสุด O2 XdaIIs, O2 Xda Iii
    12. Wi-Fi ที่ถูกติดตั้งบน Smart Phone ตัวแรกสุด Nokia E60, Nokia E61
    13. Wi-Fi ที่ถูกติดตั้งบน Regular Phone ตัวแรกสุด Nokia 6086
    14. GPS ที่ถูกติดตั้งบน Smart Phone ในระบบปฏิบัติการ Symbian ตัวแรกสุด Nokia N95
    15. Regular Phone ระบบสัมผัส (Touch Screen) ตัวแรกของไทย GNet G-6637
    16. โทรศัพท์มือถือติดกล้อง 3 ล้านพิกเซลตัวแรกของไทย I-mobile 900
    17. โทรศัพท์มือถือติดกล้อง 2 ล้านพิกเซลตัวแรกของไทย Mitsubishi M900
    18. โทรศัพท์มือถือตัวแรกที่ติดตั้งกล้องดิจิตอลตัวแรกของโลก Nokia 7650
    19. โทรศัพท์มือถือที่มีระบบ Hand Recognition ตัวแรกของไทย Pantech GI100
    20. โทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งระบบ 2 Sims in one (2 chip อยู่ในเครื่องเดียวกัน) Infinity 2 sims in one
    21. Pocket PC Phone ที่ติดตั้งกล้องดิจิตอล ความละเอียดสูงสุด Lenovo ET 980
    22. Pocket PC Phone รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบ ปฏิบัติการ Windows Mobile 6.0 ตัวแรกของโลก Motorola Q f9
    23. โทรศัพท์มือถือที่ฟังเพลงได้นานที่สุดในโลก Sony Ericsson W110i = 25 ชม.
    24. โทรศัพท์มือถือที่เลียนแบบโทรศัพท์ Mobiado Luminoso แต่พัฒนาเหนือชั้นกว่า Sony Ericsson K810i
    25. โทรศัพท์ที่มีความละเอียด (Resolution) ของหน้าจอสูงสุด Meizu M8, 720 x 480 Pixels
    26. โทรศัพท์มือถือที่มีความหนักมากที่สุด Dopod U-1000
    โตเกียว - เจ-โฟน และโดโคโม ดีเดย์ปล่อยโทรศัพท์มือถือติดกล้องรุ่นความละเอียดสูงลงตลาดญี่ปุ่นพร้อมกันในเดือนหน้า ปูทางจับตลาดผู้บริโภคที่นิยมถ่ายรูปด้วยมือถือ ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตข้อจำกัดเรื่องความเร็วของเครือข่ายบีบผู้บริโภคซื้อมือถือรุ่นนี้ใช้ถ่าย เก็บ และเล่นภาพบนเครื่องลูกข่ายจอสีมากกว่าจะส่งต่อไปให้ผู้อื่นทางอินเทอร์เน็ต ด้านฝั่งอเมริกาฉลองครบรอบ 30 ปี การถือกำเนิดโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลก


    สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในบริษัททั้งสอง ว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ทั้งหมด ซึ่งให้ภาพคมชัดกว่ารุ่นปัจจุบันมากถึง 4 เท่าและมีความละเอียดพอสำหรับการพิมพ์ลงบนกระดาษขนาดมาตรฐานนั้น จะสนับสนุนให้โทรศัพท์มือถือสามารถแข่งขันกับกล้องดิจิทัลระดับล่างได้

    โฆษกเจ-โฟน บริษัทให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับสามของญี่ปุ่น และเป็นผู้บุกเบิกตลาดเครื่องลูกข่ายติดกล้องยอดนิยมของประเทศ จะเปิดตัวมือถือรุ่นความละเอียดสูงของบริษัทชาร์ป คอร์ป. ราวกลางเดือนพฤษภาคมนี้

    ด้านแหล่งข่าวในบริษัท เอ็นทีที โดโคโม ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของญี่ปุ่น กล่าวว่า ทางบริษัทมีแผนจะแนะนำโทรศัพท์มือถือติดกล้องความละเอียดสูง 3 รุ่นใหม่ ที่งานแถลงข่าวในวันที่ 8 เมษายน นี้ โดยโทรศัพท์รุ่นแรก ซึ่งผลิตโดยบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็กทริก คอร์ป. จะเปิดตัวในเดือนหน้านี้ และจะตามมาด้วยโทรศัพท์รุ่นที่ 2 และ 3 จากบริษัทโซนี่ อีริคสัน และบริษัท ฟูจิตสึ ตามลำดับ

    แหล่งข่าวคนเดิม ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า โทรศัพท์รุ่นใหม่ทั้งหมด จะใช้อุปกรณ์ความจำขนาดเล็ก อาทิ เมโมรี สติ๊กของโซนี่ ในการเก็บและรับ-ส่งภาพ

    นักวิเคราะห์ และแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมมือถือส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่า ข้อจำกัดในเรื่องความเร็วของเครือข่าย ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นความละเอียดสูง เพื่อใช้ถ่ายเก็บ และเล่นภาพบนเครื่องลูกข่ายจอสีของตัวเอง มากกว่าจะส่งต่อไปให้ผู้อื่นทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

    ส่วนประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้ให้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากบริการรับส่งข้อมูลมากกว่ายอดขายตัวเครื่อง ได้รับการคาดหมายว่าจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    แหล่งข่าวในบริษัท โดโคโม กล่าวอีกว่า มือถือรุ่นใหม่นี้ อาจมีราคาขายในเบื้องต้นสูงกว่า 30,000 เยน (10,965 บาท)

    ขณะเดียวกัน บริษัท โดโคโม ยังได้เปิดเผยว่า จะวางตลาดโทรศัพท์มือถือ "ริสโทโม" (Wristomo) ซึ่งออกแบบเป็นนาฬิกาที่สามารถเปิดออกใช้เป็นมือถือได้ในเร็วๆ นี้ ที่ญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียว ด้วยราคาประมาณ 250 - 330 ดอลลาร์ (10,750-14,190 บาท)

    ฉลอง 30 ปีโทรศัพท์มือถือ

    พร้อมกันนี้ สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 30 ปี ของการเปิดสาธิตใช้งานโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกแก่สาธารณชน

    นายมาร์ติน คูเปอร์ นักวิจัยบริษัท โมโตโรล่า อิงค์. ได้ทดลองโทรออกจากมุมถนนที่ 56 และเล็กซิงตัน ในเมืองแมนฮัตตัน เมื่อวันที่ 3 เดือนเมษายน ปี 1973 เพื่อสร้างความตื่นตาให้กับชาวนิวยอร์ก

    โทรศัพท์ดังกล่าว มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์ในปัจจุบันมาก โดยหนักเกือบ 2 ปอนด์ ยาว 10 นิ้ว และสามารถโทรออกได้ 20 นาที

    "ทางเรามองว่าโลกพร้อมแล้วสำหรับการสื่อสารส่วนบุคคล และทางเดียวที่ทำได้ คือ การสื่อสารด้วยอุปกรณ์พกพา" นายคูเปอร์ กล่าว

    อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการสื่อสารสหรัฐ (เอฟซีซี) ได้อนุมัติคลื่นวิทยุไร้สายบางส่วนแก่คู่แข่งของบริษัท เอทีแอนด์ที ในเวลาต่อมา และหลังจากนั้น 10 ปีให้หลัง ก็มีการเปิดเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

    ปัจจุบัน นายคูเปอร์ วัย 74 ปี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารบริษัท อะเรย์คอมม์ อิงค์. ในเมืองซาน โฮเซ่ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเขา แจงว่า อยู่ระหว่างออกแบบเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ "เสาอากาศอัจฉริยะ" ที่สามารถเชื่อถือได้ ราคาถูก และมีความเร็วในการท่องเน็ตสูงขึ้น
    โทรศัพท์เครื่องแรกของโลก ประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ.1876 โดย อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เบลล์ เทเลโฟน (Bell Telephone company)
    **เมื่อปีคศ. 1876 ( พ.ศ. 2419 ) Bell Telephone company
    ผลิตรุ่น BELL’S CENTENNIAL ที่เป็นเครื่องรับโทรศัพท์อย่างง่ายใช้ในการฟังเสียง และ
    ผลิตรุ่น LIQUID TELEPHONE เป็นเครื่องส่งโทรศัพท์อย่างง่ายใช้ในการส่งเสียง ที่ใช้สารละลายกรดซัลฟูริก
    วิวัฒนาการของโทรศัพท์ตามลำดับต่อมา

    **เมื่อปีคศ. 1877 ( พ.ศ. 2420 ) FIRST COMMERCIAL TELEPHONE
    เป็นเครื่องโทรศัพท์เครื่องแรกผลิตขายจากการพัฒนาของ BELL เมื่อ ปี 1876
    เริ่มให้บริการกับ BOSTON BANK ใช้ระหว่าง ออฟฟิต กับบ้านพักต่างอากาศที่ BOSTON
    **เมื่อปีค.ศ. 1878 ( พ.ศ. 2421 ) BUTTERSTAMP
    BELL ได้ออกแบบครั้งแรกที่รวมทั้งตัวรับและส่งในชุดเดียวกัน
    ซึ่งมี Dariry Butter-stamp ติดอยู่ จึงเป็นมาของชื่อรุ่นนี้ บริการใน NEW HAVEN มีปุ่มเรียกพนักงานสลับสาย
    ** เมื่อปีค.ศ. 1878 ( พ.ศ. 2421 ) ชุมสายโทรศัพท์เปิดบริการครั้งแรก
    บริการใน NEW HAVENเป็นครั้งแรกเป็นระบบพนักงานสลับสาย หรือ
    Manual Telephone system มีจำนวนเลขหมาย 21 เลขหมายเท่านั้น

    **เมื่อปีค.ศ. 1878 ( พ.ศ. 2421 ) มีการสื่อสารโทรศัพท์ครั้งแรก**
    ปีนี้ได้เปิดให้บริการระบบโทรศัพท์ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรกใน สหรัฐ และ ยุโรป